iso certificate 5 ton eot overhead crane for sale

‘แม่ทุม’ยังอยู่ดี! พ่อรองปัดข่าวลือทรุดหนัก แต่ไม่ค่อยรับรู้แล้ว พ่อจะดูแลไปจนนาทีสุดท้าย

‘แม่ทุม’ยังอยู่ดี! พ่อรองปัดข่าวลือทรุดหนัก แต่ไม่ค่อยรับรู้แล้ว พ่อจะดูแลไปจนนาทีสุดท้าย

อยู่เคียงข้างเป็นคู่ชีวิตกันมานานกว่า 50 ปี สำหรับนักแสดงอาวุโส ‘พ่อรอง เค้ามูลคดี’ กับ ‘แม่ทุม ปทุมวดี’ ที่ปัจจุบัน “แม่ทุม” ป่วยเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ มีภาวะจำอะไรไม่ได้ และเป็นโรค ALS

ล่าสุดวันที่ 8 พ.ย. “ข่าวสดออนไลน์” ต่อสายตรงไปหา “พ่อรอง” เพื่อสอบถามถึงอาการของภรรยาสุดที่รัก หลังมีกระแสข่าวว่า ‘แม่ทุม’อาการทรุดลง และหมอบอกว่าเป็นระยะสุดท้ายแล้ว

ถามถึงอาการ “แม่ทุม” ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

“คุณหมอบอกว่าเป็นระยะสุดท้ายแล้ว ซึ่งคุณหมอบอกแบบนี้มา 3 ปีแล้ว แม่เขาก็ยังอยู่ คิดว่าเขาคงจะอยู่ถึงอายุ 90 ปี ตอนนี้เขาอายุ 70 ปีแล้ว”

มีข่าวว่าตอนนี้อาการแม่ทุมทรุดลงอีกจริงไหม?

“มันก็ไม่ได้ทรุด เอาอ้วนผิวขาวเลยนะตอนนี้ แล้วเมื่อสักครู่ก็โทรไปถามอาการทางคุณหมอที่โรงพยาบาล เขาก็บอกว่าอาการปกติดี แต่ว่าตอนนี้เรื่องการรับรู้ของเขา เขาก็ไม่ค่อยรับรู้แล้ว เวลาไปหา ไปคุยกับเขา เขาก็มองเพดานของเขาไปเรื่อย ตอนนี้เราก็ทำใจ ดูว่าไอ้โรคนี้มันจะขึ้นมาทางสมองซีกซ้ายหรือซีกขวา

ถ้าขึ้นซีกซ้ายก็โชคดีไป แต่ถ้าขึ้นซีกขวามันก็จะเข้าหัวใจ อันนี้อันตราย คือตอนนี้เขาอาการคงที่ ความดันเขาดีกว่าเราอีก แต่โรคนี้เอาแน่นอนกับมันไม่ได้ คุณหมอบอกว่าโรคที่เขาเป็น จะอยู่ได้นานสุดคือ 4 ปี แต่ตอนนี้แม่เขาอยู่ถึงตอนนี้เข้าปีที่ 8 แล้ว คุณหมอก็ยังงงเหมือนกัน”

เคยท้อบ้างไหม?

“คำว่าท้อ ใช้กับคนที่เรารักไม่ได้หรอก มีคนถามพ่อว่า พ่อเสียค่ารักษาแม่ไปเท่าไหร่ พ่อบอกเขาว่า ต่อให้พ่อต้องหมดตัวพ่อก็ยอม จะดูแลเขาไปจนนาทีสุดท้ายของชีวิต พ่อก็ไม่รู้ว่าเขากับพ่อใครจะไปก่อนกัน คือทุกวันพ่อก็จะไปหาเขา ทุกครั้งที่ไปก็จะบอกเขาว่า “พ่อรักแม่นะ แม่จะต้องอยู่กับพ่อไปนานๆ นะ” แต่ว่าตอนนี้เขาก็ไม่รับรู้แล้ว เพราะคุณหมอบอกว่าสมองเขาถูกทำลายไปเกือบหมดแล้ว”

แบบนี้ทำให้ต้องดูแลตัวเองมากขึ้นไหม เพราะนอกจากตัวเอง แล้วยังต้องดูแลคนป่วยด้วย?

“ถูกต้อง พ่อไปหาคุณหมอทุก 6 เดือน แล้วก็จะไม่ไปเที่ยว ให้อย่างมากเดือนละ 2 ครั้ง พ่อดูแม่เขาเป็นตัวอย่าง ตอนที่เขายังดีอยู่เขาไม่ดูแลตัวเองเลย คนก็ชอบถามว่าทำไมไม่เห็นพ่อไปงานไหนเลย ที่พ่อไม่ไปก็เพราะว่าถ้าไปมันก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะดื่มเหล้า เราก็เลือกที่จะไม่ไปดีกว่า

เวลาส่วนใหญ่ของพ่อตอนนี้ นอกจากทำงานแล้วก็อยู่กับแม่เขานี่แหละ ส่วน “ยุ้ย ปัทมวรรณ” (ลูกสาว) เขาก็มาช่วยดูแลแม่ และคอยให้กำลังใจพ่อ เขาจะบอกว่าพ่อว่า “พ่อ แม่อยู่มาเข้าปีที่ 8 แล้ว ถือว่าเป็นกำไรแล้ว” เราก็รับฟังเขา แต่เอาเข้าจริงๆ ถ้าเวลานั้นมาถึง ถามว่าพ่อทำใจได้มั้ย พ่อว่าพ่อคงทำใจไม่ได้หรอก ตอนนี้เราก็ตั้งใจดูแลเขาให้ดีที่สุดครับ”